2005/Aug/02



โรงเรียนประถมศึกษาในญี่ปุ่น

สำหรับคนหนุ่มคนสาวชาวญี่ปุ่น โรงเรียนประถมคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในการปรับตัวเข้าสู่สังคม เด็กญี่ปุ่นเรียนรู้และได้รับประสบการณ์อะไรบ้างจากโรงเรียน เราจะเข้าไปตามดูกันตามโรงเรียนต่างๆ

ตามประวัติการปรับปรุงการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนประถมสมัยใหม่เริ่มมีมาราวๆ หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นับแต่ยุคการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย และเป็นก้าวกระโดดใการพัฒนาปรับเปลี่ยนในหลายๆ แนวทาง
วงจรตลอดปีของโรงเรียนประถม
Entrance Ceremony (เมษายน)

นักเรียน ป.1 ถ่ายหน้าประตูโรงเรียนในวันเปิดเรียน สังเกตว่าหน้าอกมีป้ายชื่อและมีป้าย "Entrance Ceremony" หลังจากเสร็จพิธีในวันเปิดภาคที่โรงยิมของโรงเรียนแล้ว นักเรียนจะไปเข้าห้องและฟังคำชี้แจงต่างๆ จากครูประจำชั้น


เด็กนักเรียนจะใส่หมวกสีเหลืองตลอดเวลาในการเดินทางมาโรงเรียนและกลับบ้าน หมวกสีเหลืองจะเป็นเครื่องช่วยให้คนขับรถสามารถสังเกตเห็นนักเรียนได้ง่ายขึ้น


การตรวจร่างกาย (เมษายน)
เด็กๆ โตเร็วมาก ดังนั้น ทุกๆ ปี ในตอนเริ่มภาคการศึกษา นักเรียนจะได้รับการตรวจร่างกาย ซึ่งรวมถึงการตรวจสภาพตาและหู การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการบันทึกเป็นข้อมูลประจำตัวเด็กตลอดไป

รองเท้าในอาคาร
ลักษณะสำคัญของญี่ปุ่นอีกอย่าง คือ การถอดรองเท้า เมื่อเข้ามาถึงอาคารจะมีส่วนสำหรับถอดเปลี่ยนรองเท้า และมีรองเท้าเฉพาะสำหรับใส่ภายในอาคารเตรียมไว้ให้ด้วย ซึ่งการถอดเปลี่ยนรองเท้านี้ทำกับทุกคนในอาคาร ดังนั้น ตรงหน้าทางเข้าจะมีที่เก็บรองเท้าอย่างนี้ไว้ด้วย

ทัศนศึกษานอกสถานที่ (เมษายน-พฤษภาคม)
ในฤดูใบไม้ผลิ กิจกรรมที่จะทำให้นักเรียนได้ศึกษาธรรมชาติ และภูมิศาสตร์ ตลอดจนเรียนรู้ในด้านชุมชน เช่น การขึ้นลงรถประจำทาง คือ กิจกรรมทัศนศึกษา ซึ่งนักศึกษาทุกๆ ชั้นปี ตั้งแต่ ป.1 จะต้องมีกิจกรรมนี้ ซึ่งอาจเป็นการไปทัศนศึกษาในสวนสาธารณะประจำเมือง หรือการเดินทางไปยังเขตชนบท หรือวนอุทยาน ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนานและการเรียนรู้ธรรมชาติและชุมชนไปพร้อมกัน
ถ้าเป็นระดับเล็กๆ อาจมีการเชิญผู้ปกครองไปร่วมดูแลเด็กด้วย
ในภาพ เด็กประถม 3-4 กำลังเดินในสวนในฤดูใบไม้ผลิ

เด็กประถม 1-2 กำลังสนุกสนานกับการปิกนิก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกที่สุดของวัน

กิจกรรมกีฬา (มิถุนายน)

กิจกรรมกีฬา (คล้ายๆ เป็นกีฬาสี) จะแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม คือทีมสีแดงและทีมสีขาว จะใช้เวลาฝึกซ้อมกีฬาต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และจะเป็นการแข่งกีฬากัน 1 วัน ในสุดสัปดาห์สุดท้าย กิจกรรมนี้จะมีการเชียร์ลีดเดอร์ด้วย ซึ่งเชียร์ลีดเดอร์จะเป็นนักเรียน ป.4-5-6 เชียร์ลีดเดอร์ก็จะมีการแข่งกันด้วย



เด็ก ป.1 แข่งชูตบอล

กิจกรรมกีฬา มักจะมีการเชิญผู้ปกครองมาร่วมด้วย และผู้ปกครองแต่ละคนจะจัดตะกร้ามาปิกนิกกัน สนุกสนานร่วมกัน สนุกมาก

ผู้ปกครองก็จะร่วมแข่งกีฬากันด้วย

การแข่งวิ่งผลัดของนักเรียนระดับ ป.5-6 ซึ่งเป็นเด็กโตในโรงเรียนประถม

เรียนว่ายน้ำ (กลางมิถุนายน-ต้นกันยายน)
ในชั่วโมงพลศึกษาของภาคต้น จะเป็นการเรียนว่ายน้ำในสระของโรงเรียน ไปจนถึงวันหยุดภาคฤดูร้อน หลังจบการเรียนจะเป็นการทดสอบ และจะมีการจัดลำดับ 11 ลำดับ (1-10 และ Top Swimmer)

ประชุมสมาคมผู้ปกครองและครู (มิถุนายน)

สมาคมผู้ปกครองและครู เป็นจุดร่วมระหว่างบ้านและโรงเรียนที่จะช่วยให้นักเรียนปรับตัวกับการเรียน ซึ่งตัวนายกจะถูกเลือกตั้งในการประชุมนี้ และมีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำ คือ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกับโรงเรียน การจัดทำจดหมายข่าว การประสานงานเชิญผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน


เ่้่รียนรู้ทักษะการจราจร (กรกฎาคม)

ตำรวจในท้องถิ่นจะมาสอนทักษะการจราจร การใช้รถ การใช้ถนน ตลอดจนการขับขี่และบำรุงรักษารถจักรยาน


ชั้นเรียนฤดูร้อนริมทะเลและในป่า (กรกฎาคม และสิงหาคม)

ระหว่างการปิดภาคฤดูร้อน นักเรียนในระดับสูงอาจมีการออกค่ายพักแรมในธรรมชาติ ใช้เวลา 3 วันเพื่อการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม

เด็ก ป.6 กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำทะเล

กินแตงโมริมหาดของเด็ก ป. 6

เด็ก ป.5 ออกค่ายในสวนป่าของอุทยาน เพื่อการเรียนรู้ในการทำงานเป็นทีมและธรรมชาติศึกษา

อะไรอยู่ในกระเป๋านักเรียน?
ตัวอย่างกระเป๋านักเรียน ป.6 มี สมุด หนังสือ กล่องดินสอ เรียงความ ข้อสอบ ฟลุต(เครื่องดนตรี) และอื่นๆ

ชั้นเรียน+ทัศนศึกษานอกสถานที่ของเด็กโต (กันยายน)

เด็กประถม 6 จะทัศนศึกษาไกลออกไปในระดับต่างเมือง เช่น เด็กประถม 6 เหล่านี้กำลังออกค่ายไปเรียนรู้ที่ Karuizawa กำลังเรียนรู้การจุดไฟโดยไม่ใช้ไม้ขีดไฟที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นของ Gunma Prefecture เพื่อเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพิ่มเติมจากของจริง เพื่อขยายความรู้จากวิชาที่เรียนในปีนี้ของพวกเขา


แขกเชิญมาบรรยาย (ตุลาคม)

โรงเรียนเชิญ Gunji Nanae ซึ่งพิการสายตาและใช้หมานำทางมาบรรยายให้เด็กฟัง เพื่อให้เด็กได้เข้าใจและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันและการช่วยเหลือผู้พิการ เด็กจะเข้าใจและเห็นอกเห็นใจและรู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในอนาคต


ห้องสมุดของโรงเรียน

ห้องสมุดในโรงเรียนประถม จะมีพื้นเป็นไม้คอร์ก สำหรับเด็กจะได้นั่งอ่านหนังสือและเล่นบนพื้นได้


แต่ละห้องจะมีชั่วโมงมาใช้ห้องสมุด 1 ครั้งใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ อาจมีการเชิญแขกมาสนทนาพูดคุยกับเด็ก หรือบรรณารักษ์อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

เฉลิมฉลองการจบการศึกษา (มีนาคม)

นักเรียน ป.6 (ปีสุดท้าย)ที่จบการศึกษา ครู และผู้ปกครอง รวมถึง นักเรียน ป.5 (เป็นตัวแทนนักเรียนทั้งหมด) ในพิธีรับประกาศฯ จบการศึกษา

พิธีจะจัดที่โรงยิมของโรงเรียน
ในภาพ นักเรียนกำลังร้องเพลงของโรงเรียน

ผู้ที่จบการศึกษาจะได้รับใบประกาศจากอาจารย์ใหญ่

องค์ประกอบสำคัญทางกายภาพของโรงเรียนประถมของญี่ปุ่น

  1. สระว่ายน้ำ
  2. โรงยิม
  3. ห้องดนตรี
กีฬาและดนตรี เป็นฐานในการเริ่มสร้างเยาวชน
กิจกรรมสร้างความรู้จักชุมชนและสังคม และกิจกรรมการทำงานเป็นทีม - การทัศนศึกษา

ทุกสิ่งที่ว่ามา 1อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน มีอยู่ในแผนบ้างหรือเปล่าครับ

Comment

Comment:

Tweet


ilcABY <a href="http://prevxqkpagym.com/">prevxqkpagym</a>, [url=http://rvuilziznsti.com/]rvuilziznsti[/url], [link=http://shzgmxqofdie.com/]shzgmxqofdie[/link], http://tzmgbyixhket.com/
#30 by scbkglfxxhk (195.209.230.140) At 2010-10-19 07:53,
<a href="http://tfrakjxworkxzbe.com">znfxmndeginbnah</a> http://thfxztrbdrjpwmh.com [url=http://wilieqbzyhdpixx.com]htyzmdzvyaugawl[/url]
#29 by kpdaqomhjh (94.102.52.87) At 2010-06-14 11:19,
big smile
#28 by nane (114.128.59.2) At 2009-11-29 14:52,
#27 by only (203.172.199.254) At 2008-05-30 21:00,
#26 by (203.172.199.254) At 2008-05-30 20:58,
Hi man!
#25 by tramadol (24.234.215.143) At 2006-11-16 03:07,
Hi man!
#24 by tramadol (66.190.194.210) At 2006-11-16 03:06,
อยากอยู่โรงเรียนที่ญี่ปุ่นจัง คอนนิจิว่า - วาตาชิคิเรเนะ
#23 by นิรัชพร กุลคำ (58.147.47.12) At 2006-08-07 22:57,
อีหน้าหนังหีญี่ปุ่น
#22 by (202.57.142.36) At 2006-06-14 15:25,
Hi! best! :)
#21 by valium (72.36.223.73) At 2006-05-20 11:59,
Very best blog!
#20 by valium (72.36.223.73) At 2006-05-19 19:20,
very best blog!
#19 by paxil cr (72.36.223.73) At 2006-05-07 10:05,
Great site!
#18 by bontril (72.36.223.73) At 2006-05-06 22:22,
among the cadre of!
#17 by ultram (64.92.171.106) At 2006-05-05 12:44,
Even in the age of information it is often hard to find exactly what you want on the web
#16 by valium (64.92.171.106) At 2006-05-05 08:58,
Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off
#15 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-16 13:04,
You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!
#14 by xanax (72.36.223.73) At 2006-04-16 01:55,
Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram
#13 by ultram (72.36.223.73) At 2006-04-11 07:39,
ใครเคยไปเที่ยว ญี่ป่นบ้าง
#12 by อาโนเน้ะ (61.91.108.197) At 2006-02-28 21:20,
#11 by (203.156.74.182) At 2006-01-08 11:59,
อยากอยู่จัง
#10 by (203.172.255.146) At 2005-12-02 14:00,
ถ้ามีลูกจะให้ลูกไปเรียนที่ญี่ปุ่น ลูกจะได้เป็นคนเก่ง ฉลาด มีวินัยเหมือนคนญี่ปุ่น ประเทศไทยของเราจะได้พัฒนา
#9 by por (203.113.81.5) At 2005-11-18 17:21,
ดีจังเลย
#8 by ท๊อป (202.142.206.107) At 2005-09-07 16:48,
\(O &#8704; O)/[ Koneko Rei ]\(O &#8704; O)/-----
เป็นคำตอบว่าทำไมผู้หญิงญี่ปุ่นที่แต่งงานมีลูกถึงต้องออกจากงานไงครับ มันไม่ใช่ว่าบริษัทกีดกันอะไรหรอก แต่เพราะคนญี่ปุ่นเขาคิดว่าเขาต้องออกไปสร้างสังคมรุ่นใหม่ต่างหาก
ข่าน------------------
สภาวะเครียด อาจเป็นกับนักเรียนมัธยมมังครับ แต่ผมไม่แน่ใจ เท่าที่เคยสัมผัส ผมว่ามันก็เหมือนๆ กับสมัยผมเอนทรานซ์นั่นแหละ ไม่ได้มากกว่านั้นหรอกครับ
Nath Potter (นัท)----------------
เดี๋ยวจะหาให้นะครับ ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้ยังไม่มี resource ฮะ
ตอนนี้ผมกำลังดูโรงเรียนในฝันอยู่ ถ้าท่านประะกาศว่าเราจะต้องสร้าง ยิม ห้องดนตรี และสระว่ายน้ำให้ ผมจะนับถือท่านทันทีว่าพูดจริง ไม่สร้างภาพ
หมูทอดซามะ ----------------
โรงเรียนไทยก็มีปฏิทิน แต่ของเราไม่ค่อยมีกิจกรรม
ลออน_ลัลๆๆล้า ----------------
โรงเรียนประถมเขาไม่ได้มีไว้สอนหนังสือ เขามีไว้สร้างชาติต่างหากจ้ะ
ซูเนะโอะ ----------------
อย่าไปอิจฉาเลย เรื่องอื่นๆ น่าอิจฉามีมากกว่านี้อีก คอยอ่านไปเถอะ
#7 by Nippon Note At 2005-08-04 06:30,
อิจฉานิดน่อยแฮะ
#6 by ซูเนะโอะ At 2005-08-04 05:06,
ว้าว โรงเรียนของเค้าเหมือนไม่ใช่แค่เอาไว้ศึกษาอย่างเดียว
แต่กิจกรรมที่อ่านมานี่ สร้างหลายอย่างที่ดีได้มาก ความอบอุ่น สามัคคี กีฬา กิจกรรมยามว่าง มนุษยส้มพันธ์
มิน่า เด็กเขาถึงมีความคิดมากกว่าเด็กไทย
#5 by ลออน_ลัลๆๆล้า At 2005-08-03 23:17,
ดูเป็นระบบจังเลยนะ รร.ของญี่ปุ่นเนี่ย จัดไว้เลยว่าเดือนใหนทำอาไรๆ
#4 by หมูทอดซามะ At 2005-08-03 22:54,
แหม ชอบบรรทัดสุดท้ายจังค่ะ เห็นด้วยเลย


ว่าแล้วก็อยากจะให้เอาชีวิตนักเรียนมัธยมของญี่ปุ่นมาดูมั่งจังค่ะ
#3 by Na - th (นัท) At 2005-08-03 01:34,
อืม ผมดูแล้วให้ความรู้สึกว่า เขาให้นักเรียนมีระบบชีวิตที่สามัคคีและเป็นระเบียบกันดี รวมทั้งครอบครัวคือผู้ปกครองด้วย แต่ จากที่รู้มาอีกมุมหนึ่ง ที่ ญี่ปุ่น มักจะมีปัญหาเรื่องนักเรียนมีความเครียดสูง จากภาวะความกดดันเรื่องการเรียน เพราะ การแข่งขันกันสูงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เลยอยากรู้น่ะครับว่า ระบบการเรียนของมัธยมจะมีลักษณะที่ดูอบอุ่นเหมือนของประถมนี่บ้างหรือเปล่าน่ะครับ
#2 by ข่าน At 2005-08-03 01:07,
เป็นวงจรที่ให้ความรู้สึกว่าพวกผู้ใหญ่ผูกพันกับเด็กๆมากๆและให้ความรู้สึกอบอุ่นดีจริงๆเลยค่ะ แบบนี้ก็นึกอิจฉาญี่ปุ่นขึ้นมาหน่อยๆแล้วล่ะ
#1 by 『KonekoRei』1859 Is Love♥ At 2005-08-03 00:14,