JSociety

2005/Nov/23

ไม่ได้เขียนเสียนานขอโทษแฟนๆ ด้วย มาอ่านกันใหม่นะ

รถไฟสายรอบเมือง (Yamanote Line)

ใน กรุงเทพฯ สายรถเมล์ 53-54-55-56-57 เป็นสายรถเมล์ประเภทที่เรียกว่า วงกลม คือวิ่งวนเป็นวงรอบตามเส้นทางที่กำหนด มี 2 ด้านสวนกัน แต่สำหรับในมหานครโตเกียวนั้น การเดินทางที่สำคัญที่สุดคือ การเดินทางด้วยรถไฟ และเส้นทางรถไฟที่สำคัญคือ เส้นทางสายวงกลมตามแนวเส้นทางรถไฟโดยรอบโตเกียว ซึ่งถ้าดูตามแผนที่จะเห็นว่า การวางเส้นทางรถไฟ หรือรถไฟ JR นั้น โดยรอบส่วนกลางเมืองจะเป็นเส้นทางรถไฟล้อมรอบเป็นวงกลม (loop) อยู่ 1 วง และจะมีเส้นทางต่อเชื่อมออกจาก loop นี้ไปยังทิศทางต่างๆ ทุกทิศทาง ตามแนวสถานีที่อยู่บน loop เหล่านี้ ดังนี้ ทางทิศตะวันตก-สถานี Shinjuku ทางทิศเหนือ-สถานี Ueno ทิศใต้-สถานี Shinagawa ทิศตะวันตกเฉียงใต้-สถานี Shibura และตะวันออกเฉียงเหนือจากสถานี Ikebukuro และในส่วนกลางของวงกลม loop นี้ จะมีเส้นทางเชื่อมผ่ากลางระหว่างสถานี Tokyo กับสถานี Shinjuku ด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทุกสถานีเป็นสถานีที่เราเคยได้ยินชื่อกันมาแล้วทั้งนั้น สถานีเหล่านี้เป็นสถานีขนาดใหญ่ มีสายรถไฟแยกจากกัน จึงเรียกได้ว่า สถานีเหล่านี้เป็น สถานีชุมทาง

รถ ไฟสายที่ชื่อว่า Yamanote นี้ จะมีสัญลักษณ์สีเป็นสีเขียว โดยจะวิ่งวนโดยรอบเส้นทางวงกลมนี้ ซึ่งประกอบด้วยสถานีทั้งสิ้น 30 สถานี (เรียงทวนเข็มนาฬิกา) คือ Shinjuku - Yoyogi - Harajuku - Shibuya - Ebisu - Meguro - Gotanda - Osaki - Shinagawa - Tamachi - Hamamatsucho - Shimbashi - Yurakucho - Tokyo - Kanda - Akihabara - Okachimachi - Ueno - Uguisudani - Nippori - Nishi-Nippori - tabata - komagome - Sugamo - Otsuka - Ikebukuro - Mejiro - Takadanobaba - Shin-Okubo ซึ่งการเดินทางทั้งรอบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น การวนมีทั้งวนซ้ายและวนขวา

เป็นรถไฟที่น่าเสียเวลาไปลองขึ้นดูสักรอบ จะได้เห็นรอบๆ โตเกียว สนุกดี

to be continue...

2005/Aug/06

เนื้อเรื่องไปอ่านที่นี่นะครับ
60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2548 07:27 น.

วันที่ 6 สิงหา(วันนี้) ครบรอบ 60 ปีระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า

เราอ่านแต่ข่าว อาจไม่รู้สึก แต่ถ้าได้ไปพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เราจะรู้สึก กลัว สงคราม สยอง กับความสูญเสีย เศร้า กับความพลัดพราก และ สังเวชใจกับผลของสงคราม

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์ที่นี่อย่างอลังการทางความรู้สึกเป็นอย่างมาก เหมือนกับเป็นที่ไว้ประจานโลกว่าทำกับญี่ปุ่นมากมายขนาดไหน และการทุ่มทุนอลังการงานสร้างนี้เรียกได้ว่าเท่าไหร่เท่ากันเลย ตั้งแต่
ค่าเข้าชม ฟรี (ปกติใหญ่เล็กขนาดไหน พิพิธภัณฑ์ก็เก็บเงิน)
คำอธิบาย มีทุกภาษาในโลก (เป็นเทป Sound About) คุณฟังภาษาใดออก ก็ไปเลือกภาษานั้นมาฟัง มาดูแล้วไม่เข้าใจก็ให้มันรู้ไป
เปิดทุกวัน มาเมื่อไหร่ก็ได้
รูปแบบ มีทั้งอาคารแสดง อาคารที่พังจริง สวนสาธารณะ อนุสาวรีย์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงด้วย
ทางด้านสถาปัตยกรรม เรื่องแกน (AXIS) ก็เป็นเรื่องสุดๆ ของการเล่นกับ แกน เหมือนกัน
ให้ดูรูปแกน

แกนอาคารหลัก(พิพิธภัณฑ์) โยงผ่านสวนสาธารณะเข้ามาหาอาคารโดมไร้หลังคา ตรงกลางของแกนเป็นจุดโฟกัสอีกอัน ไฟไม่มีวันดับที่อนุสาวรีย์จารึกชื่อเหยื่อระเบิด
งานหนึ่งของ Tange ครับ


ไปดูแล้วดีครับ แต่ผมว่าคนสร้างสรรค์ Theme ของที่นี่ บีบคั้นความรู้สึกผู้ชมมากเกินไป

edit @ 2005/08/06 10:15:19
edit @ 2005/08/06 10:16:59
edit @ 2005/11/29 06:56:57

2005/Aug/06

แค่นั่งรถไฟออกไปจากใจกลางเมือง ประมาณไม่เกินชั่วโมงก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามย่านชานเมืองรอบๆ โตเกียว ที่เที่ยวซึ่งไม่มีอยู่ในหนังสือนำเที่ยว แต่มากด้วยหลากหลายประสบการณ์ของการท่องเที่ยว ในมุมมองที่แตกต่างไปจากแหล่งท่องเที่ยวปกติที่ชาวบ้านเขาไปกัน ลองไปเที่ยวตามชานเมืองที่เด่นๆ เหล่านี้ซึ่งมีตั้งแต่ ถนนอินเทรนด์ที่ Shimokitazawa ไปจนถึง ร้านบูติคสุดๆ ที่ Jiyugaoka

1. ถนนอินเทรนด์ Shimokitazawa

ย่านที่มีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยสีสันของวัยรุ่น ขณะที่มุมหนึ่งของ Shimokitazawa จะพบกับบรรยากาศของตลาดมืดซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในโตเกียวหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นซอยเล็กซอยน้อยที่ตัดกันไปมา และเต็มไปบ้านและร้านค้าเล็กๆ ที่ขายของตั้งแต่ของชำ อาหารแห้ง สิ่งจำเป็นประจำวันไปจนถึงเสื้อผ้า ซึ่งเต็มไปด้วยนักช็อปตลอดเวลา ร้านเหล่านี้ที่อื่นเปลี่ยนไปเป็น supermarkets แต่ร้านแถบนี้ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ ซึ่งเป็นที่ๆ หลายคนแสวงหา ต้องหาเวลามาเดินเพื่อรำลึกความหลังครั้งยังเยาว์

ถัดมาไม่กี่ก้าว อีกมุมหนึ่งก็จะเป็นถนนอินเทรนด์ เต็มไปด้วยวัยรุ่น ตัวแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ย่านนี้กลายเป็นย่านวัยรุ่นคือ Theaters 8 โรง ที่รายล้อมบริเวณสถานีรถไฟ รวมถีง Honda Theater and the Suzunari (คงจะดังในญี่ปุ่น)

Shimokitazawa เป็นเมกกะของ modern และ underground theater และเป็นที่ประกาศตัวโชว์ผลงานของเหล่าผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มักนำงานแรกของตัวเองมาประกาศให้โลกรู้ เพื่อจะได้เป็นก้าวกระโดดไปสู่เวทีใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ความที่เป็นย่านของเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ ดึงดูดให้วัยรุ่นที่ฝันไฝ่เข้าสู่ความเด่นดังต้องมาเดิน ทำให้ย่านเหล่านี้ขยายตัวรองรับผู้คน กลายเป็น shopping streets รอบๆ สถานี ประกอบไปด้วย ร้านอาหารหรู-gourmet restaurants ผับแบบญี่ปุ่น-Japanese-style pubs และร้านเสื้อผ้าอินเทรนด์ล่าสุด-boutiques stocking the latest cutting-edge fashions. ที่ไม่เหมือนกับย่านดังๆ เช่นชินจูกุหรือชิบุย่าก็คือ ที่ชิโมคิตาซาว่านี่เหมือนร้านข้างๆ บ้านเรา กลุ่มวัยรุ่นที่มาที่นี่แม้จะมาจากทั่วโตเกียว แต่ก็ดูกลมกลืนกับชาวบ้านแถบนี้

2. ร้านบูติคสุดๆ ที่ Jiyugaoka

อยู่ใกล้กับ Den'enchofu หรือที่รู้จักกันว่าเป็น Japan's Beverly Hills ซึ่งเป็นย่านที่ติดโพลล์ย่านที่คนโตเกียวอยากเลือกเป็นที่พักอาศัยของตัวเองมากที่สุด

สิ่งที่คุณจะได้พบเมื่อมาเดินแถบนี้ก็คือความแตกต่างที่คุณรู้สึกได้ นั่นคือความไม่เร่งรีบของผู้คนที่มักเดินพักผ่อนช็อปกันอย่างช้าๆ สบายๆ ร้านค้าต่างๆ The restaurants, cafes, boutiques, and knick-knack shops ของย่านนี้ มักจะแข่งกันเป็นร้านต้นตำรับและรสนิยมเลิศสุดของร้านประเภทนั้นๆ กัน

Jiyugaoka ได้ชื่อว่าเป็นย่านช็อปปิ้งโอเพ่นแอร์ เพราะในบริเวณย่านสถานีนี้ประกอบด้วยร้านค้าถึง1,500 ร้าน และไม่มีร้านไหนเป็นห้างใหญ่เลย ที่นี่เป็นย่านหรูจริงๆ เพราะไม่มีการแข่งกันลดราคา เผลอๆ ร้านไหนติดป้าย sale อาจไม่มีคนเข้าด้วยซ้ำ เพราะคนที่มาเดินเขาเน้นการมาเลือกของที่แตกต่างนั่นเอง