JSociety

2005/Aug/04

ชีวิตประจำวันของนักเรียนประถม

แม้ว่าในหนึ่งวัน เด็กนักเรียนจะมีกิจกรรมมากมาย แต่กิจกรรมที่สำคัญที่สุดก็คือการเรียนนั่นเอง ตารางสอนจะเริ่มตั้งแต่ 8.30 น. ไปจนถึง 15.45 น. ซึ่งแบ่งเป็นตารางสอน 6 วิชา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

กิจกรรมใน 1 วัน



ระหว่างรอประตูโรงเรียนเปิดในตอนเช้า ซึ่งประตูโรงเรียนจะเปิดในเวลา 8.15 น.

ครูประจำชั้น จะสอนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น วิทยาศาสตร์ สังคม และวิชาอื่นๆ ทั้งหมด

วิชาศิลปะ และวาดเขียนจะเริ่มในชั้น ป. 3 แต่ปัจจุบันการออกไปเขียนภาพนอกโรงเรียนไม่ค่อยพบเห็นแล้ว

ชั่วโมงขับร้องและดนตรี จะมีอาจารย์สอนขับร้องและเล่นดนตรีผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ห้องดนตรีจะมี Grand Piano สำหรับอาจารย์สอนและเล่นดนตรีประกอบการสอน พร้อมทั้งเครื่องดนตรีอื่นๆ ครบครัน
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนญึ่ปุ่นถึงคิด คาราโอเกะ

วิชาคอมพิวเตอร์จะเรียนในระดับ ป.5 และ ป.6 ลักษณะการจัดห้องจะเป็นแบบกลุ่มคอมพิวเตอร์ เมื่ออาจารย์สอนเสร็จนักเรียนจะทำงานของตน

อาหารกลางวันวันนี้ (วันที่ถ่ายรูป) เป็นข้าวราดหน้าอาหารทอด มันฝรั่งต้มปรุงรสด้วยน้ำตาลและซอส sautéed Szechwan pickles กับ leeks และนมสด

แบ่งกันทำเวรรักษาความสะอาด
การทำความสะอาดจะทำทั้งในห้องเรียน ทางเดินหน้าห้อง และที่อื่นๆ ที่เป็นที่รับผิดชอบของห้องตน

กิจกรรมพิเศษ มีหลากหลายสำหรับนักเรียนในระดับโต คือระดับ ป.5 และ ป.6 โดยแบ่งเป็นชุมนุมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนักเรียนจะต้องบริหารจัดการกันเอง นักเรียนกลุ่มนี้รับผิดชอบอยู่ในกิจกรรมการออกอากาศเสียงทางสายในตอนเที่ยง
โรงเรียนนี้มีแค่วิทยุ บางโรงเรียนมีโทรทัศน์ทางสายด้วยซ้ำไป (เด็กจัดการเองทั้งหมด)

เด็ก ป. 5 และ ป.6 จะมีชั่วโมงกิจกรรมของชมรม 1 ชั่วโมงทุกสัปดาห์เว้นสัปดาห์ (2 สัปดาห์ต่อครั้ง) ในโรงเรียนจะมีกิจกรรมชมรมที่หลากหลายให้เด็กเข้าร่วมตามความสนใจ คือ ชมรมกีฬา วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และชมรมอื่นอีก 5 ชมรม
ในภาพเป็นกิจกรรมของชมรมจักรยานล้อเดียว
กิจกรรมต่างๆ จะช่วยสอนให้นักเรียนเติบโตขึ้นมาอย่างมีพัฒนาการในทุกด้าน ทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ
ห้องดนตรี สระว่ายน้ำ และยิมเนเซี่ยมเอนกประสงค์ คือความพิเศษของโรงเรียนประถม ที่ผมว่าเมืองไทยควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ
ที่สำคัญคือ ครูประจำชั้น สอนวิชาการ ทุกๆ วิชา ส่วนวิชาเฉพาะด้านดนตรี กีฬา จะมีอาจารย์เฉพาะทางมารับผิดชอบ
ผมเคยไปเยี่ยมโรงเรียนประถม พบว่า น่าประทับใจมาก เขาใช้โอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ภูมิศาสตร์โลก นักเรียนจะไปค้นคว้าว่า ประเทศไทยอยู่ตรงไหน มีแผนที่เป็นอย่างไร มีเรื่องราวอะไรบ้าง และการจัดการต้อนรับก็ดำเนินการโดยนักเรียนทั้งหมด มีการขับร้องเพลงหมู่ต้อนรับ (ครูเล่นดนตรีให้) น่าประทับใจมากครับ และเขาใช้ยิมในการต้อนรับครับ เอนกประสงค์จริงๆ

2005/Aug/02



โรงเรียนประถมศึกษาในญี่ปุ่น

สำหรับคนหนุ่มคนสาวชาวญี่ปุ่น โรงเรียนประถมคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในการปรับตัวเข้าสู่สังคม เด็กญี่ปุ่นเรียนรู้และได้รับประสบการณ์อะไรบ้างจากโรงเรียน เราจะเข้าไปตามดูกันตามโรงเรียนต่างๆ

ตามประวัติการปรับปรุงการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนประถมสมัยใหม่เริ่มมีมาราวๆ หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นับแต่ยุคการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย และเป็นก้าวกระโดดใการพัฒนาปรับเปลี่ยนในหลายๆ แนวทาง
วงจรตลอดปีของโรงเรียนประถม
Entrance Ceremony (เมษายน)

นักเรียน ป.1 ถ่ายหน้าประตูโรงเรียนในวันเปิดเรียน สังเกตว่าหน้าอกมีป้ายชื่อและมีป้าย "Entrance Ceremony" หลังจากเสร็จพิธีในวันเปิดภาคที่โรงยิมของโรงเรียนแล้ว นักเรียนจะไปเข้าห้องและฟังคำชี้แจงต่างๆ จากครูประจำชั้น


เด็กนักเรียนจะใส่หมวกสีเหลืองตลอดเวลาในการเดินทางมาโรงเรียนและกลับบ้าน หมวกสีเหลืองจะเป็นเครื่องช่วยให้คนขับรถสามารถสังเกตเห็นนักเรียนได้ง่ายขึ้น


การตรวจร่างกาย (เมษายน)
เด็กๆ โตเร็วมาก ดังนั้น ทุกๆ ปี ในตอนเริ่มภาคการศึกษา นักเรียนจะได้รับการตรวจร่างกาย ซึ่งรวมถึงการตรวจสภาพตาและหู การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการบันทึกเป็นข้อมูลประจำตัวเด็กตลอดไป

รองเท้าในอาคาร
ลักษณะสำคัญของญี่ปุ่นอีกอย่าง คือ การถอดรองเท้า เมื่อเข้ามาถึงอาคารจะมีส่วนสำหรับถอดเปลี่ยนรองเท้า และมีรองเท้าเฉพาะสำหรับใส่ภายในอาคารเตรียมไว้ให้ด้วย ซึ่งการถอดเปลี่ยนรองเท้านี้ทำกับทุกคนในอาคาร ดังนั้น ตรงหน้าทางเข้าจะมีที่เก็บรองเท้าอย่างนี้ไว้ด้วย

ทัศนศึกษานอกสถานที่ (เมษายน-พฤษภาคม)
ในฤดูใบไม้ผลิ กิจกรรมที่จะทำให้นักเรียนได้ศึกษาธรรมชาติ และภูมิศาสตร์ ตลอดจนเรียนรู้ในด้านชุมชน เช่น การขึ้นลงรถประจำทาง คือ กิจกรรมทัศนศึกษา ซึ่งนักศึกษาทุกๆ ชั้นปี ตั้งแต่ ป.1 จะต้องมีกิจกรรมนี้ ซึ่งอาจเป็นการไปทัศนศึกษาในสวนสาธารณะประจำเมือง หรือการเดินทางไปยังเขตชนบท หรือวนอุทยาน ซึ่งจะเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนานและการเรียนรู้ธรรมชาติและชุมชนไปพร้อมกัน
ถ้าเป็นระดับเล็กๆ อาจมีการเชิญผู้ปกครองไปร่วมดูแลเด็กด้วย
ในภาพ เด็กประถม 3-4 กำลังเดินในสวนในฤดูใบไม้ผลิ

เด็กประถม 1-2 กำลังสนุกสนานกับการปิกนิก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกที่สุดของวัน

กิจกรรมกีฬา (มิถุนายน)

กิจกรรมกีฬา (คล้ายๆ เป็นกีฬาสี) จะแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม คือทีมสีแดงและทีมสีขาว จะใช้เวลาฝึกซ้อมกีฬาต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และจะเป็นการแข่งกีฬากัน 1 วัน ในสุดสัปดาห์สุดท้าย กิจกรรมนี้จะมีการเชียร์ลีดเดอร์ด้วย ซึ่งเชียร์ลีดเดอร์จะเป็นนักเรียน ป.4-5-6 เชียร์ลีดเดอร์ก็จะมีการแข่งกันด้วย



เด็ก ป.1 แข่งชูตบอล

กิจกรรมกีฬา มักจะมีการเชิญผู้ปกครองมาร่วมด้วย และผู้ปกครองแต่ละคนจะจัดตะกร้ามาปิกนิกกัน สนุกสนานร่วมกัน สนุกมาก

ผู้ปกครองก็จะร่วมแข่งกีฬากันด้วย

การแข่งวิ่งผลัดของนักเรียนระดับ ป.5-6 ซึ่งเป็นเด็กโตในโรงเรียนประถม

เรียนว่ายน้ำ (กลางมิถุนายน-ต้นกันยายน)
ในชั่วโมงพลศึกษาของภาคต้น จะเป็นการเรียนว่ายน้ำในสระของโรงเรียน ไปจนถึงวันหยุดภาคฤดูร้อน หลังจบการเรียนจะเป็นการทดสอบ และจะมีการจัดลำดับ 11 ลำดับ (1-10 และ Top Swimmer)

ประชุมสมาคมผู้ปกครองและครู (มิถุนายน)

สมาคมผู้ปกครองและครู เป็นจุดร่วมระหว่างบ้านและโรงเรียนที่จะช่วยให้นักเรียนปรับตัวกับการเรียน ซึ่งตัวนายกจะถูกเลือกตั้งในการประชุมนี้ และมีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำ คือ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกับโรงเรียน การจัดทำจดหมายข่าว การประสานงานเชิญผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน


เ่้่รียนรู้ทักษะการจราจร (กรกฎาคม)

ตำรวจในท้องถิ่นจะมาสอนทักษะการจราจร การใช้รถ การใช้ถนน ตลอดจนการขับขี่และบำรุงรักษารถจักรยาน


ชั้นเรียนฤดูร้อนริมทะเลและในป่า (กรกฎาคม และสิงหาคม)

ระหว่างการปิดภาคฤดูร้อน นักเรียนในระดับสูงอาจมีการออกค่ายพักแรมในธรรมชาติ ใช้เวลา 3 วันเพื่อการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม

เด็ก ป.6 กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำทะเล

กินแตงโมริมหาดของเด็ก ป. 6

เด็ก ป.5 ออกค่ายในสวนป่าของอุทยาน เพื่อการเรียนรู้ในการทำงานเป็นทีมและธรรมชาติศึกษา

อะไรอยู่ในกระเป๋านักเรียน?
ตัวอย่างกระเป๋านักเรียน ป.6 มี สมุด หนังสือ กล่องดินสอ เรียงความ ข้อสอบ ฟลุต(เครื่องดนตรี) และอื่นๆ

ชั้นเรียน+ทัศนศึกษานอกสถานที่ของเด็กโต (กันยายน)

เด็กประถม 6 จะทัศนศึกษาไกลออกไปในระดับต่างเมือง เช่น เด็กประถม 6 เหล่านี้กำลังออกค่ายไปเรียนรู้ที่ Karuizawa กำลังเรียนรู้การจุดไฟโดยไม่ใช้ไม้ขีดไฟที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นของ Gunma Prefecture เพื่อเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพิ่มเติมจากของจริง เพื่อขยายความรู้จากวิชาที่เรียนในปีนี้ของพวกเขา


แขกเชิญมาบรรยาย (ตุลาคม)

โรงเรียนเชิญ Gunji Nanae ซึ่งพิการสายตาและใช้หมานำทางมาบรรยายให้เด็กฟัง เพื่อให้เด็กได้เข้าใจและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันและการช่วยเหลือผู้พิการ เด็กจะเข้าใจและเห็นอกเห็นใจและรู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในอนาคต


ห้องสมุดของโรงเรียน

ห้องสมุดในโรงเรียนประถม จะมีพื้นเป็นไม้คอร์ก สำหรับเด็กจะได้นั่งอ่านหนังสือและเล่นบนพื้นได้


แต่ละห้องจะมีชั่วโมงมาใช้ห้องสมุด 1 ครั้งใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ อาจมีการเชิญแขกมาสนทนาพูดคุยกับเด็ก หรือบรรณารักษ์อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

เฉลิมฉลองการจบการศึกษา (มีนาคม)

นักเรียน ป.6 (ปีสุดท้าย)ที่จบการศึกษา ครู และผู้ปกครอง รวมถึง นักเรียน ป.5 (เป็นตัวแทนนักเรียนทั้งหมด) ในพิธีรับประกาศฯ จบการศึกษา

พิธีจะจัดที่โรงยิมของโรงเรียน
ในภาพ นักเรียนกำลังร้องเพลงของโรงเรียน

ผู้ที่จบการศึกษาจะได้รับใบประกาศจากอาจารย์ใหญ่

องค์ประกอบสำคัญทางกายภาพของโรงเรียนประถมของญี่ปุ่น

  1. สระว่ายน้ำ
  2. โรงยิม
  3. ห้องดนตรี
กีฬาและดนตรี เป็นฐานในการเริ่มสร้างเยาวชน
กิจกรรมสร้างความรู้จักชุมชนและสังคม และกิจกรรมการทำงานเป็นทีม - การทัศนศึกษา

ทุกสิ่งที่ว่ามา 1อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน มีอยู่ในแผนบ้างหรือเปล่าครับ

2005/May/04

Origami Architecture

เป็นงานศิลปะประดิษฐ์ที่ผสานระหว่างการทำ Origami ในแบบดั้งเดิมที่เลียนรูปทรงวัตถุธรรมดา มาเป็นรูปทรงของงานสถาปัตยกรรม ผมเคยศึกษาไว้จากใน Internet เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เริ่มเล่นเน็ตใหม่ๆ มี 2 เว็บไซต์ที่รวมงาน Origami Architecture สวยๆ ไว้หลายอัน อันหนึ่งเป็นของฝรั่ง อีกอันเป็นของญี่ปุ่น วันนี้นั่งหาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ไปพบโฟลเดอร์ของ OA เข้า เลยรื้อออกมาดู ได้เรื่องมาเขียนอีก 1 เรื่อง แต่คงต้องเป็นการเขียนเติมไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้ไม่ว่างครับ

1. Origami Architecture คืออะไร

Oirgami Architecture (หรือ Oirgamic Architecture) เป็นงานศิลปะประดิษฐ์ประเภทหนึ่ง ที่รวมเอาการพับกระดาษแบบบรรจงของการทำ Origami มาผสานเข้ากับวิธีการสร้างรายละเอียดและการตัดกระดาษเพื่อให้ขึ้นรูปเป็นรูปทรงของสถาปัตยกรรมชิ้นนั้นๆ ที่ไม่เหมือนกับงาน pop-up แบบเดิมก็คือ ชื้นงานจะถูกตัดและพับจากกระดาษแผ่นเดียวโดยคำนึงถึงการพับให้สามารถพับเป็นแผ่นแบนได้และเมื่อเปิดขึ้น ตัวสถาปัตยกรรมนั้นจะยกตัว (pop-up) แสดงลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมนั้นๆ ทันที ในการเปิดเพื่อแสดงงานนั้น ปกติมักทำกันในแบบเปิด 90° แต่ก็มีบางแบบเหมือนกันที่เปิดแสดงในลักษณะ 180° หรือ 360° และยังมีบางอันที่ใช้ 0° (มักเป็น Overlapping Collages)

ผู้ที่พัฒนา Origami Architecture ขึ้นมา คือ Masahiro Chatani ศาสตราจารย์ทางสถาปัตยกรรมแห่ง Tokyo Institute of Technology โดยเริ่มพัฒนาขึ้นในปี 1981 (พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นปีที่ผมเข้าเรียนปี 1 สถาปัตย์เลย) โดยนำเอาเทคนิคของ Origami มาสร้างรูปทรงงานสถาปัตยกรรม ซึ่งงานของเขาแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในงานสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดี (แต่ถึงคุณจะไม่มีความสามารถทางสถาปัตยกรรม คุณก็สามารถสร้างงานเหล่านี้มาดูเล่นได้ครับ)


ปราสาทสโนว์ไวท์ และ วิหารพาเธนอน ภาพประกอบจากเว็บไซต์ KSK's Origamic Architecture Main Page

ผลงานของ Masahiro Chatani มีมากมายครับดูตัวอย่างกันสักนิดก็ได้

Pacifico YokohamaTodaiji Temple-Daibutsu-DenSydney Opera House
PompidouThe White HouseLiberty
Wedding CakeSphereOctahedron
จาก www.japandesign.ne.jp/IAA/chatani/gallery/

2. วิธีการทำ Origami Architecture

To be Continue...