2005/Aug/24

เมืองเกียวโต เป็นเมืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมจริงๆ การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในเกี่ยวโตมักจะเป็นวัด(temple)ของพุทธ หรือศาลเจ้า (shrine) ของชินโต รายการที่ must see กับการไปของทัวร์ต่างๆ ก็อาจเป็นอย่างนี้ครับ
"...วัดคินคะคุจิ ที่มีศาลาทองโดดเด่นอยู่กลางน้ำใสราวกระจก ฉาบด้วยแผ่นทองตลอดทั้งหลัง สร้างขึ้นในสมัยต้นศตวรรษที่ 15 โดยโชกุนโยชิมิตสึ แต่แรกนั้นถูกสร้างขึ้นเป็นสถานที่พักตากอากาศ แต่มีการเปลี่ยนเป็นวัดนิกายเซ็น หลังจากที่โชกุนได้เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อเป็นไปตามพินัยกรรม ต่อมาในปีค.ศ. 1950 วัดได้ถูกไฟไหม้พังพินาศ แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1955 และยังคงความงดงาม สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นได้อย่างไม่เสื่อมคลาย จากนั้น นำท่านสู่วัดคิโยมิสึ โดยเส้นทางเดินสู่วัดเรียกกันว่า เส้นทางสายกาน้ำชา เนื่องจากในอดีตจะมีร้านรวงสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องถ้วยชาเซรามิกของคิโยมิสึ แม้ในปัจจุบันจะมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักมากมายให้ท่านเลือกซื้อ แต่ยังหลงเหลือร้านเหล่านี้อยู่บ้างให้ท่านได้สัมผัสกับความสวยงามและบรรยาก าศเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก เมื่อถึงบริเวณวัดคิโยมิสึ จุดที่น่าสนใจคือ สายน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย ที่ดื่มเพื่อสุขภาพดี สติปัญญาเป็นเลิศ และทรัพย์สินมั่งคั่ง โดยทางวัดจัดเตรียมกระบวยไว้ให้รองน้ำดื่มกันเพื่อศิริมงคล"

แต่วันนี้เราจะพูดถึง เที่ยวนอกแผนเที่ยว ของคนทั่วไปสักหน่อย ตั้งแต่ผมอ่านๆ มาเกือบจะสิบห้าปีเข้านี่แล้ว ยังไม่เคยเห็นที่ไหน (แม้แต่หนังสือท่องเที่ยว) พูดถึงสถานที่แห่งนี้เลย ความจริงที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปชมมากที่หนึ่ง การเข้าชมน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งวันต่อหนึ่งรอบ แต่ความที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เคร่งครัดในการเข้าชมมาก (แต่ฟรีนะครับ แปลกสุดในญี่ปุ่นเหมือนกันที่ไม่เสียเงินค่าเข้า) เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของสำนักพระราชวังยองจักรพรรดิ ทำให้ต้องมีระเบียบการเข้าชมที่เคร่งครัด
สถานที่แห่งนี้ชื่อว่า Katsura Rikyu ครับ

หรือในชื่อภาคภาษาอังกฤษที่เป็นเหมือนคำอธิบาย ว่า Imperial Villa ครับ อธิบายง่ายๆ คือ ที่นี่เป็นเหมือนกับพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ญี่ปุ่น สำหรับเป็นที่ประทับตากอากาศของจักรพรรดิ ภายในจะเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเลิศอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น นั่นคือ การจัดสวนในแบบฉบับที่เรียกกันว่า "สวนญี่ปุ่น" ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่มากที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้


เรื่องน่ารู้ของ Katsura มีมากมายครับ ลองติดตามดูต่อไปนะครับ

2005/Aug/20

วันนี้วันแต่งงานนัท กับแฟนเขา

เดี๋ยวหกโมงเย็นจะไปงานเลี้ยงแต่งงาน
โรงแรม century park ราชปรารภ เวลา 18.00 น.
คงได้พบเพื่อนในไทยวิซ (ที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันสักคน) อีกหลายคน

2005/Aug/17

นั่งดูรูปชุดที่คุณกุศลเอามาให้สแกนเก็บไว้ตามที่ขอไป ดูๆ ก็สังเกตได้ว่ามีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็น JICA Participants ในกลุ่มที่ไปอยู่ที่ฮาชิโอจิด้วยกันอยู่ด้วยกลุ่มหนึ่ง ก็เกิดอาการคิดถึงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ ต้องนำมาประกาศไว้หน่อย น้องๆ ในเว็บนี้อาจพอบอกบางคนได้บ้าง เพราะอาจเคยเป็นครูเก่ากันมา

เพื่อนกลุ่มนี้มีความชำนาญพื้นที่โตเกียวมาก เพราะเป็นนักเรียนทุนมาบูโชของกระทรวงศึกษาฯ กันทุกคน บังเอิญได้พบและรู้จักกัน พวกเขาก็เหงากันมาก เมื่อได้เจอคนไทยก็เลยดีใจและเป็นเพื่อนกัน เที่ยวด้วยกันหลายครั้ง ซึ่งทุกๆ ครั้งพวกเขาก็เป็นคนมาชวนไป เมื่อรู้ว่ามีโปรแกรมดีๆ ที่ไหน อย่างครั้งนี้ก็ไปกันที่งานเทศกาลเอเซีย ที่ซุ้มไทย รู้สึกจะเป็นที่วัดแห่งหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน ที่ไปกันมากก็เพราะต่างก็คิดถึงอาหารไทยกันนั่นเอง

ก็อย่างที่บอก คิดถึงอาหารไทย ได้โอกาสก็ไม่ยั้งกันทั้งคู่ (ถ่ายคู่กับคุณชาติชาย - น้าชาติ อีกแล้ว)

ส่วนอีกครั้งนี่ก็ไปกินอาหารไทยกันที่ชินจูกุ รูปนี้ถ่ายที่ร้านช้างป่า ตรงชอปปิ้งใต้ดิน แถวชินจูกุ ระหว่างที่รอโต๊ะ (นาน) ก็บันทึกภาพเอาไว้ สุภาพบุรุษเสื้อเหลืองด้านขวาสุด เข้าใจว่าชื่อคุณวสันต์ (ความทรงจำเริ่มกลับมา) เป็นนักเรียนทุนที่ไปเรียนโทที่ญี่ปุ่นอยู่ ส่วนคนอื่นก็แกงค์เดิม จากซ้าย คุณกนกพล อยู่ มทร.ธัญบุรี คุณนิสิต อยู่ วท.ที่อุบล คุณวิโรจน์ ป่าไม้ คุณชาติชาย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อุบล และ นิปปอนโน้ต ตอนนี้จะย้ายไปอยู่ มทร.รัตนโกสินทร์ที่ศาลายาแล้ว ส่วนคุณวสันต์ เข้าใจว่าเป็นครูอยู่แถวเมืองชลนะ ใครรู้จักช่วยบอกด้วยครับ ส่วนในภาพแรก มีคุณหน่อย อยู่กรมสรรพากร และคุณปรีชา อยู่จันทบุรี เป็นหมอกายภาพที่เก่งมาก ส่วนสุภาพสตรีสองคน ถึงตอนนี้ยังจำชื่อไม่ได้เลยครับ แต่เป็นกลุ่มนักเรียนทุนที่มา join กันนี่แหละ
ด้วยความคิดถึงเพื่อนทุกคน